บริษัท จีเอเบิล จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้าน "Tech Enabler" ที่ช่วยยกระดับธุรกิจสู่ยุคดิจิทัลในทุกมิติ ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวน (ไฟลิ่ง) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) จำนวน 175 ล้านหุ้น คิดเป็น ไม่เกิน 25% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการออกและเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งนี้ และจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) โดยมี บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน
ดร.ชัยยุทธ ชุณหะชา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จีเอเบิล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จีเอเบิล เป็นผู้นำด้าน "Tech Enabler" ที่ช่วยยกระดับธุรกิจสู่ยุคดิจิทัลในทุกมิติ การให้บริการโซลูชั่นเทคโนโลยีสารสนเทศ และดิจิทัล อย่างครบวงจร ด้วยประสบการณ์กว่า 33 ปี บริษัทฯ มีความเชี่ยวชาญทางด้านการบูรณาการและนำเสนอโซลูชั่นที่สามารถตอบสนองความต้องการขององค์กรธุรกิจ ให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพ การดำเนินงานและสร้างโอกาสในการต่อยอดทางธุรกิจ จีเอเบิลมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนลูกค้าในการทรานส์ฟอร์มองค์กรด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจให้พร้อมต่อการเปลี่ยนแปลง และก้าวสู่ความสำเร็จขององค์กรตามเป้าหมาย
กลุ่มจีเอเบิลมีบริการหลัก 3 ด้านดังนี้
บริษัทฯ ในฐานะหนึ่งในผู้นำของอุตสาหกรรมที่มีความเชี่ยวชาญในการให้บริการโซลูชั่นด้านเทคโนโลยีและดิจิทัลอย่างครบวงจร ในการสนับสนุนลูกค้าให้มีขีดความสามารถที่เพิ่มขึ้นและต่อยอดโอกาสทางธุรกิจในอนาคตในยุคที่เทคโนโลยีมีความสำคัญในการดำเนินธุรกิจที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ตลอดจนการที่บริษัทฯ มีบุคลากรที่มีคุณภาพ ทำให้ได้รับความเชื่อถือจากลูกค้าขนาดใหญ่ของประเทศและหลากหลายอุตสาหกรรม ปัจจุบัน บริษัทฯ ได้ยื่นแบบคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์ ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อระดมทุนขยายธุรกิจโดยวัตถุประสงค์ของการระดมทุน ได้แก่
“จุดแข็งที่ทำให้จีเอเบิลในฐานะ Tech Enabler ให้บริการทางด้านเทคโนโลยีและดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น แบบครบวงจรมานานกว่า 33 ปี นั่นคือประสบการณ์กับลูกค้าในหลากหลายอุตสาหกรรม ทั้งองค์กรขนาดเล็ก กลางและใหญ่ ทำให้มีความเข้าใจในภาคธุรกิจ มีความเชี่ยวชาญในการบูรณาการระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและดิจิทัล เพื่อตอบโจทย์ความต้องการทางด้านเทคโนโลยีขององค์กร รวมถึงความสามารถ ในการส่งมอบโซลูชั่นที่ใช้งานได้ง่ายและแก้ปัญหาได้จริง โดยบุคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญทั้งในโลกของธุรกิจและเทคโนโลยี พร้อมทั้งมีเครือข่ายพันธมิตรที่แข็งแกร่ง เพื่อช่วยเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันให้กับลูกค้าและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับองค์กรในหลากหลายภาคอุตสาหกรรมในยุคของ Digital Disruption” ดร. ชัยยุทธ กล่าวทิ้งท้าย