
บริษัทเห็นความสำคัญในการพัฒนาและมีส่วนร่วมกับชุมชนและสังคม โดยเฉพาะพนักงาน ซึ่งถือเป็นทรัพยากรที่สำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจให้สำเร็จตามเป้าหมายและนำพาองค์กรสู่การเติบโตที่ยั่งยืน พร้อมกับการดูแลและพัฒนาสังคมและชุมชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมการมีส่วมร่วมในการปรับปรุงคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น โดยกำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติด้านสังคม ดังต่อไปนี้

บริษัทมีแผนการบริหารห่วงโซ่อุปทานโดยใช้ข้อมูลจากการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม จากการประเมินความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็น การสำรวจความพึงพอใจ การประชุมร่วมกัน หรือช่องทางการมีส่วนร่วมอื่นๆ เพื่อให้ทราบผลกระทบและประเด็นที่เกี่ยวโยงระหว่างบริษัทและผู้มีส่วนได้เสียทั้งด้านบวกและด้านลบ เพื่อกำหนดตัวชี้วัดสำหรับการติดตามผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีระบบการบริหารจัดการที่ดี มีกระบวนการดำเนินงานที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม
| กลุ่มผู้มีส่วนได้เสีย | ช่องทางการสื่อสารกับผู้มีส่วนได้เสีย | ความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย | การตอบสนองความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย |
|---|---|---|---|
| ผู้มีส่วนได้เสียภายในองค์กร | |||
| ผู้ถือหุ้น/นักลงทุน |
|
|
|
| พนักงาน |
|
|
|
| ผู้มีส่วนได้เสียภายนอกองค์กร | |||
| ลูกค้า |
|
|
|
| คู่ค้า |
|
|
|
| เจ้าหนี้ |
|
|
|
| ชุมชน และสังคม |
|
|
|
บริษัทพัฒนาและปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดความเสี่ยงจากการเจ็บป่วยบาดเจ็บ หรือเสียชีวิต และดูแลคุณภาพชีวิตของพนักงานหรือลูกจ้างอย่างเหมาะสม
บริษัทพัฒนาสินค้าและบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความพึงพอใจของลูกค้าด้วยความรับผิดชอบ ซื่อสัตย์ และมีจริยธรรม
บริษัทดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อชุมชนและสังคม โดยให้ความสำคัญกับการลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมและหลีกเลี่ยงการดำเนินงานที่อาจสร้างผลกระทบเชิงลบต่อคุณภาพชีวิตของชุมชนและสังคม นอกจากนี้ บริษัทยังมีส่วนในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมการมีส่วนร่วมกับชุมชน โดยบริษัทได้มีกิจกรรมร่วมกับชุมชนอย่างต่อเนื่อง
|
|
|
กลุ่มบริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการสร้างความผูกพันของพนักงานต่อองค์กรและการมีส่วนร่วมในการทำงาน พร้อมนำข้อเสนอแนะของพนักงานมาพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2567 ความผูกพันของพนักงานต่อองค์กรเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 81 จากร้อยละ 74 ในปีก่อน ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ร้อยละ 78 นอกจากนี้ จำนวนพนักงานรวมที่ลาออกโดยความสมัครใจต่อพนักงานทั้งหมด ลดลงจากร้อยละ 16.56 ในปี 2566 เป็นร้อยละ 13.70 ในปี 2567